วันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2556
ผางประทีป
ผางประทีปเป็นภาชนะดินเผาวงกลมเล็ก ๆ คล้ายอ่าง รูปลักษณะแตกต่างกันตามฝีมือช่างแต่ละยุคสมัย ใช้ส่าหรับใส่ขี้ผึ้งหรือน้่ามัน มีไส้เทียงวางไว้ตรงกลาง สามารถจุดไฟได้คล้ายตะเกียง เพื่อวางประดับตามวัดวาอารามหรือศาสนสถานในวันส่าคัญทางพุทธศาสนาหรือในวันเทศกาลส่าคัญ ๆ ของท้องถิ่น ส่าหรับภาคเหนือของประเทศไทยนั้นผางประทีปเป็นภาชนะที่ส่าคัญ โดยเฉพาะในประเพณีวันลอยกระทงหรือประเพณีเดือนยี่เป็ง ซึ่งจะเริ่มมีขึ้นในวันที่ 14 ค่่า เดือนยี่ มีการแสดงถึงความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับผางประทีปโดยมีการเทศน์ธรรมของพระสงฆ์ในกัณฑ์ “อานิสงส์ผางประทีป” ในช่วงพลบค่่า ซึ่งเป็นการเทศน์ที่กล่าวถึงผลแห่งกุศลที่ได้จากการจุดประทีปบูชา หลังจากนั้นจะมีการจุดผางประทีปโคมไฟสว่างไสว โดยเฉพาะจุดหน้าพระประธานตามจ่านวนคาถาของกัณฑ์เทศน์ เช่น ทานกัณฑ์ ต้องจุดถึง 209 ดวง เพราะมี 209 คาถา และกัณฑ์กุมารต้องจุดถึง 101 ดวง เพราะมี 101 คาถา เป็นต้น และในคืน 15 ค่่า ชาวบ้านจะมีกาบกล้วยตัดเป็นท่อนส่าหรับวางผางประทีปแล้วจุดประทีปให้ลอยไปตามน้่า โดยมีความเชื่อว่าการจุดประทีปโคมไฟเดือนยี่เป็งเป็นการบูชาพระรัตนตรัย ซึ่งก่อให้เกิดอานิสงส์และท่าให้ผิวพรรณสวยสดงดงาม รวมทั้งเป็นผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด นอกจากนั้นยังเชื่อว่าเป็นพุทธบูชาอีกด้วย ผางประทีปมีการผลิตกระจายอยู่ทั่วไปในจังหวัดที่มีวัฒนธรรมประเพณีเดือนยี่เป็งหรือลอยกระทง เช่น จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดล่าพูน จังหวัดล่าปาง จังหวัดเชียงราย และจังหวัดสุโขทัย
การทำผางประทีป
การท่าผางประทีป เริ่มจากการเอาดินเหนียวมาต่า คล้ายที่ต่าข้าวอันใหญ่ๆ ในสมัยโบราณ หรือใน
ปัจจุบันจะ ใช้เครื่องตีดินแทนเพื่อทุ่นแรง จากนั้นน่าไปผสมน้่าแล้วนวดให้เข้ากันได้เป็นดินก้อนใหญ่ๆ ขั้นต่อมาคือการปั้นรูปทรงเป็นผางประทีปมีทั้งแบบใหญ่และแบบเล็กท่าลวดลาย ลวดลายที่นิยมจะเป็นแบบหยักๆโดยใช้ฝาน้่าอัดลมแบบจีบประกบกัน เมื่อได้เป็นผางประทีปแล้วหากมีขนาดใหญ่ต้องผึ่งแดดให้แห้งก่อนแล้วจึงเอาเข้าอบ แต่ถ้าเป็นอันเล็กเอาเข้าอบได้เลย เมื่ออบได้ที่แล้วเอาไปล้างน้่าให้สะอาด ผึ่งให้แห้งอีกครั้งเป็นที่เรียบร้อย ต่อไปหันมาดูการท่าตีนกากันบ้าง อ๊ะ!.. อย่าเพิ่งตกใจ ตีนกานี้ไม่ใช่ตีนกาบนหน้าคน หากแต่เป็นแกนกลางของผางประทีปหรือของเทียนนั่นเอง ซึ่งแม่แสงค่าบอกว่า "การท่าตีนกา จะเอาฝ้ายสีขาวมาลงขี้ผึ้งผสมน้่ามันมะพร้าว แล้วเอามาตากลม ต้องตากลมเท่านั้นห้ามมีแดด เพราะถ้าตากแดดขี้ผึ้งจะละลายได้ จากนั้นจึงน่ามาฟั่นเป็นตีนกา คงเป็นเพราะรูปร่างหน้าตาเป็นเหมือนตีนกานั่นแหละเขาถึงเรียกว่าตีนกา" ส่วนเทียนที่ใช้หยอดลงบนผางประทีป ได้มาจากขี้ผึ้ง และเทียนที่จุดเหลือตอนช่วงเข้าพรรษาน่ามาผสมน้่ามันมะพร้าวอีกนิดแล้วใส่ปี๊บตั้งไฟให้ล่าลายเป็นน้่าเหลว จากนั้นน่าตีนกาไปใส่ไว้ตรงกลางผางประทีป และก็หยอดเทขี้ผึ้งเหลวลงในผางประทีปให้เต็ม ทิ้งไว้จนแห้งก็เป็นอันเสร็จสิ้นเรียบร้อย
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น